เมื่อจบปริญญาตรีแล้ว เจ้าคุณพ่อก็เข้ารับราชการ เป็นผู้พิพากษาศาลคดีต่างประเทศ ส่วนผมก็เรียนต่อ ระดับปริญญาโท โดยตอนนั้น ในเมืองไทยก็มีการตั้ง บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ ส.ป.อ. (ส.ป.อ. ย่อมาจาก สนธิสัญญาป้องกันเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และหน่วยงานนี้ต่อมา ก็แยกตัวเป็นอิสระ และเปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย) แล้วผมก็เผอิญสอบแข่งขันได้ เป็นหนึ่งในสามคน ที่ได้ทุนการศึกษาเต็มที่ ที่จริงทุกคนก็ได้ทุนทั้งนั้นแต่คนอื่นๆ ได้เป็นทุนเฉพาะบางส่วน เช่นทุนค่าเล่าเรียนอย่างเดียว ไม่รวมค่ากินอยู่ เป็นต้น ที่บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ ส.ป.อ. ตอนนั้นมีสาขาวิชาเพียงสาขาเดียว คือ สาขาชลศาสตร์ ฉะนั้นผมก็เลยไม่ต้องเลือกสาขาทั้งๆ ที่สาขานี้ชาวบ้านไม่ค่อยจะรู้จักว่าทำอะไรกัน ฉะนั้นจึงขออธิบายไว้ตรงนี้ว่า สาขาชลศาสตร์ คือสาขาที่ศึกษาเกี่ยวกับน้ำครับ เช่น เกี่ยวกับระบบชลประทาน และเกี่ยวกับระบบน้ำประปา เป็นต้น ผมเรียนจนจบปริญญาโท โดยเผอิญสอบได้เป็นที่หนึ่งของรุ่น ที่จริงก็ไม่ได้เผอิญหรอกครับ เป็นการตั้งใจมากกว่า ทั้งนี้ในการเรียนปริญญาโท ตอนแรกนั้นผมไม่เคยคิดเลยว่า จะสอบได้เป็นที่หนึ่งเพราะในบรรดานักศึกษา 18 คน ในรุ่นแรกนั้นมีนักเรียนรุ่นเดียวกับผมเพียง 2 คน นอกนั้นเป็นรุ่นพี่ และรุ่นอาจารย์ทั้งนั้น เผอิญในการสอบซ้อมครั้งแรก ในเทอมแรกนั้น มีคนได้คะแนนสูงใกล้เคียงกัน 3 คน ซึ่งรวมผมอยู่ด้วย และอีก 2 คน ก็เป็นรุ่นพี่ของผม เมื่อเห็นผลสอบครั้งแรกแล้ว ผมก็เลยได้กำลังใจ และจัดทำตารางจดคะแนนการบ้าน คะแนนการสอบ ผลสอบครั้งแรก แล้วผมก็เลยได้กำลังใจ และจัดทำตารางคะแนนการบ้าน คะแนนการสอบซ้อม วางแผนว่าจะต้องทำคะแนนคราวต่อๆ ไปอย่างไร จึงจะได้ที่หนึ่ง ทั้งนี้เพราะวิทยาลัยเขาประกาศไว้ว่าใครได้ที่หนึ่ง จะได้ทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ในการสอบบางครั้งนั้นเพื่อจะให้ได้คะแนนสูง พอผมก็ต้องดูหนังสือ สามวันสามคืนติดต่อกัน เมื่อง่วง เมื่อใดก็นอนโดยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ให้นอนครั้งละเพียง 1-2 ชั่วโมง เมื่อนาฬิกาปลุกตื่นขึ้นมาก็ไปอาบน้ำ แล้วมาดูหนังสือต่อจนง่วงก็นอน โดยตั้งนาฬิกาปลุกไว้อีก ปรากฏว่าเมื่อจบปริญญาโท ก็ได้ผลสมความพยายาม คือ ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งได้ทุน ไปทำปริญญาเอกต่อที่อเมริกา วิทยานิพนธ์ปริญญาโทของผมนั้นรู้สึก จะมีชื่อหัวข้อเรื่องที่ยาวที่สุดหัวข้อหนึ่ง คือแปลเป็นไทยได้ว่า "การออกแบบ การก่อสร้าง และการทดสอบสมรรถภาพ ของเครื่องสูบน้ำแบบไหลตามแนวแกน เพื่อใช้กับเครื่องยนต์เรือหางยาวแบบไทย"

เมื่อเจ้าคุณพ่อจบปริญญาตรี และเข้ารับราชการเป็นผู้พิพากษาศาล คดีต่างประเทศอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ท่านก็ได้ทุนกระทรวงยุติธรรม ไปศึกษาวิชากฎหมาย ณ ประเทศอังกฤษ โดยเข้าศึกษา ณ สำนักเกรย์อินน์ เจ้าคุณพ่อจบการศึกษาเป็นเนติบัณฑิตอังกฤษ เมื่ออายุได้ 28 ปี แล้วหาประสบการณ์ต่อในต่างประเทศ โดยเข้าฟังบรรยายพิเศษที่ อินน์สออฟคอร์ต แล้วจึงกลับประเทศไทย โดยเข้ารับราชการต่อ ในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอาญา

ส่วนผมเมื่อจบการศึกษาในประเทศไทย ในระดับปริญญาโทแล้ว ก็เข้ารับราชการเป็น อาจารย์บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ ส.ป.อ. ซึ่งตอนนั้นสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปรากฏว่าตามระเบียบราชการขณะนั้น จะต้องรับราชการมาแล้วครบหนึ่งปี จึงจะมีสิทธิ์ลาไปศึกษาต่อต่างประเทศได้ แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลารอศึกษาทางราชการ ก็กรุณาสั่งให้ผมไปปฏิบัติราชการ ณ สหรัฐอเมริกา เมื่อรับราชการ มาได้เพียงประมาณ 6 เดือน โดยไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลากัน 3-7 ปี แต่ผมอยากจบเร็วๆ จึงตั้งหน้าตั้งตาเรียน และทำการบ้าน และเขียนวิทยานิพนธ์เฉลี่ยวันละประมาณ 18 ชั่วโมง จึงจบการศึกษาปริญญาเอก ในเวลาเพียง 2 ปีครั้ง โดยจบด้านคอมพิวเตอร์ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งจอร์เจีย์ สหรัฐอเมริกา แล้วก็เจริญรอยตามเจ้าคุณพ่อ คือ หาประสบการณ์ต่อในต่างประเทศ แต่ที่ต่างกันก็คือ เจ้าคุณพ่อหาประสบการณ์อยู่ ไม่ถึงปีโดยการศึกษาเพิ่มเติม แต่ผมหาประสบการณ์อยู่กว่า สิบปีโดยการทำงาน

ในการทำงาน เจ้าคุณพ่อประสบความสำเร็จ ในสายวิชาชีพของท่าน อย่างสูงยิ่ง คือ ท่านได้เป็นเจ้ากรมกองการต่างประเทศ กรมราชเลขาธิการ เป็นผู้ช่วยราชเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ เป็นอธิบดีกรมพระอาลักษณ์ เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีต่างประเทศ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รักษาการแทนพระยามานราชเสวี ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง รักษาการแทนพระยาพหลพยุหเสนา ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งอื่นๆ ที่นายกรัฐมนตรี เป็นระหว่างพระยาพหลฯ ลาป่วยประมาณ 6 เดือน (มิถุนายน-พฤศจิกายน พ.ศ. 2478) นอกจากนั้น พระยานิติศาสตร์ไพศาล ยังเป็นคณบดีคนแรก ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นกรรมการ และประธานกรรมการต่างๆ มากมาย อาทิ เป็นประธานกรรม การร่างกฎหมายคุ้มครองวรรณกรรม และศิลปกรรม เมื่อ พ.ศ. 2462 เป็นเลขาธิการกรรมการองคมนตรี เป็นเลขานุการเสนาบดีสภา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานกรรมาธิการพิจารณาเรื่อง การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ เป็นศาสตราจารย์วิสามัญมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเมือง รักษาการณ์ แทนหลวงประดิษฐ์มนูธรรมสนตำแหน่ง ผู้ประศาสน์การธรรมศาสตร์ เป็นประธานกรรมาธิการพิจารณา บำเหน็จความชอบในการปราบกบฎ เป็นประธานอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญร่างธรรมนูญศาลยุติธรรม เป็นประธานกรรมการสะสางกฎหมายเก่า ที่ขัดกับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นประธานกรรมการตรวจพิจารณาข้อสังเกต ของนานาชาติเกี่ยวกับกฎหมายไทย เป็นประธานกรรมการตามพระราชบัญญัติจัด การป้องกันรัฐธรรมนูญ เป็นประธานกรรมการธนาคารออมสิน เป็นต้น

ในการทำงานของลูกชาย ก็ประสบความสำเร็จพอประมาณ เช่น ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ ระดับ 11 สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และพัฒนาปัญญา ประดิษฐ์ และซอฟต์แวร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นประธานกรรมการบัณฑิตวิทยาลัยระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ และประธานกรรมการบัณฑิตวิทยาลัย การจัดการงานคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรม มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นอกจากนั้น ก็เคยเป็นรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา ที่แคนาดา เคยเป็นผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยมิสซูรี สหรัฐอเมริกา เคยเป็นศาสตราจารย์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เคยเป็นศาสตราจารย์หัวหน้าวิชาคอมพิวเตอร์ และนายกสโมสรข้าราชการ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยเป็นกรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการศูนย์คอมพิวเตอร์ บริษัท บางกอกดาต้า เซนเตอร์ เคยเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด เคยเป็น นายกสมาคมประมวลผลเพื่อการพัฒนาประเทศ เคยเป็นประธานสมาคมคอมพิวเตอร์นานาชาติ สาขาประเทศไทย เคยเป็น กรรมการสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ แห่งประเทศไทย เคยเป็น ประธานชมรมนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เคยเป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย เคยเป็นเลขาธิการ และประธานวิชาการสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย เคยเป็น ผู้อำนวยการโครงการวิจัยคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา รัฐบาลอเมริกัน รัฐบาลไทย มูลนิธิฟอร์ด และองค์การระหว่างประเทศ เคยเป็นที่ปรึกษาบริษัทต่างๆ เคยเป็นประธานกรรมการบริษัทคอมพิวเตอร์ และสหวิทยาบริการ จำกัด เคยเป็นประธานกรรมการบริษัทไอทีทีไอ จำกัด เคยเป็นกรรมาธิการที่ปรึกษาระหว่างประเทศ ขององค์การสารสนเทศระหว่างรัฐบาล เคยเป็นบุรุษคอมพิวเตอร์แห่งเอเซีย เคยเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ฯ เคยเป็นที่ปรึกษาสำนักปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด เคยเป็นประธานกรรมการแต่งตำราคอมพิวเตอร์ กระทรวงศึกษาธิการ เคยเป็นประธานกรรมการแต่งตำราคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เคยเป็นกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ กรรมการข้าราชการพลเรือน ในมหาวิทยาลัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เคยเป็นประธาน อกม. หลายชุด พิจารณาตำแหน่งศาสตราจารย์ ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าโยธา สถาปัตยกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ สถิติ คณิตศาสตร์ เคยเป็นประธานกรรมการเปิดดำเนินการ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เคยเป็นประธานกรรมการ หลักสูตรคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยของรัฐ เคยเป็นอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขปรับปรุง กฎหมายลิขสิทธิ์ และสิทธิข้างเคียง กระทรวงพาณิชย์ เคยเป็นกรรมการอำนวยการ และประสานงานระบบสารนิเทศทางวิชาการแห่งชาติ เคยเป็นประธานดำเนินการสัมมนาวิชาการคอมพิวเตอร์ไทย 90 เคยเป็น ประธานสภาคณาจารย์ พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เคยเป็นรองประธานที่ประชุม และเคยเป็นประธานที่ประชุมประธานสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เคยเป็นกรรมการสภาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เคยเป็นกรรมการสภาสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เคยเป็นกรรมการสภาสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย เป็นต้น

สรุปแล้วทั้งเจ้าคุณพ่อ และลูกชายที่เป็นเชื้อสายเทพศิรินทร์ ในแง่ที่เป็นนักเรียนเก่า โรงเรียนเทพศิรินทร์ด้วยกันทั้งคู่ ก็ได้แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ เป็นแห่งการศึกษาที่ดีเยี่ยมแหล่งหนึ่ง ของประเทศไทย มีนักเรียนเก่าออกไปทำงานทำการ ประสบความสำเร็จกันอย่างมากมาย ทั้งที่เป็นพ่อลูกเป็นคู่อย่างในบทความฉบับนี้ และที่เป็นคนเดียวเดี่ยวๆ ไม่ได้มีพ่อเป็นศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ ก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จกันมากบ้างน้อยบ้าง และถึงอย่างไรโดยสายเลือดเทพศิรินทร์ร่วมกัน เราก็จะรักษากันมั่นคง ช่วยกันลงแรงลงใจให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ ของเราพัฒนาสถาพรสืบไป
Cirriculum Vitae | Photo Album | In the News | In VDO | In Seminars | List of Publications
Learned Societies | Assumption University | KSC Foundation | Distinguished Prof.