สิงหาคม 2543
ฉากต่อไปของ ศ.ดร.ศรีศักดิ์
ในระยะเวลาอันใกล้อาจารย์จะผันตัวเองไปทำ e-education และ e-edutainment ซึ่งอาจารย์คาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้มากยิ่งกว่า อี-คอมเมิร์ซ ไหน ๆ "ผมอาจจะสอนเรื่องในขีวิตประจำวัน ทำกับข้าว ไปจนถึงเรื่องต่าง ๆ สารพัด รวมถึงเรื่องการเรียนการสอนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย แบบ interactive แต่ตอนนี้เราต้องรอจังหวะเพราะความเร็วยังต่ำ"

สมัยเด็ก ๆ ฝันอยากเป็นพระเอกลิเก แต่โชคดีบุตรชายคนที่ 25 ของ พระยานิติศาสตร์ไพศาลไม่ทำตามความฝัน ผลก็คือประเทศไทยได้โปรโมเตอร์มือดีทางด้านอินเทอร์เน็ต

"ไม่รู้เป็นไง ผมชอบทำอะไรเป็นคนแรก" ศ.ดร.ศรีศักดิ์ เอ่ยขึ้นระหว่างสนทนา "ตอนที่ผมพูดเรื่อง e-education ไม่มีใครฟังเลย แต่พอ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ พูดเท่านั้นแหละว่า ธุรกิจที่จะได้กำไรมากที่สุดในโลกยุคนี้คือ e-education คนก็เอามาพูดกันใหญ่"

อาจารย์จดจำรายละเอียดได้ดีและมักย้อนความถึงการเป็นคนแรกในสถานการณ์ต่าง ๆ ให้สาธารณะฟังเสมอ

"ผมเป็นคนไทยคนแรกที่จบปริญญาเอกด้านคอมพิวเตอร์จากอเมริกา

ผมเป็นศาสตราจารย์เต็มขั้นที่อายุน้อยที่สุด คือเป็นเมื่ออายุ 36 ...

ผมเป็นคนแรกที่ได้ศาสตราจารย์ 11 ...

ผมเป็นคนแรกที่ตั้งบริษัทอินเทอร์เน็ตในเมืองไทย ...

ผมเป็นคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหลักสูตรคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคมของมหาวิทยาลัย

ผมเป็นนักคอมพิวเตอร์คนแรกที่ได้รับพระราชทานสายสะพายชั้นสูงสุด ... ฯลฯ

การที่ประธานกลุ่มเคเอสซีกล่าวถึงประวัติอันน่าภูมิใจของตนเองเสมอ ๆ บางครั้งจึงถูกมองว่าเป็น "นาร์ซีซัส"

อาจารย์มักประกาศให้สาธารณะรับรู้ว่าตนทำงานมากวันละถึง 17 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น มีเลขาฯมากถึง 7 คน มีตำแหน่งในสถาบันและหน่วยงานมากถึง 36 ตำแหน่ง

"ผมเป็นกรรมการบริหารสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติ เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยอินเทอร์เน็ตและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นนายกสมาคมอินเทอร์เน็ต เป็นกรรมการบริหารสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติ เป็นที่ปรึกษาทางด้าน e-government เป็นคณะทำงานระดับสูงอีอาเซียน เป็น ฯลฯ" ถ้าไม่มีใครเบรกด้วยคำถามใหม่ อาจารย์ก็จะไล่ตำแหน่งได้จนครบ

ในวัย 63 ปี ยังดูกระฉับกระเฉง พูดเร็วและมักเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างหรือคนที่เข้าฟังสัมมนาได้เสมอ "ผมหัวเราะได้กับทุกเรื่อง นั่งรถไปเห็นป้ายข้างทาง ผมก็ตีความเป็นเรื่องตลก เพื่อน ๆ จะพนันกันว่า ถ้าเรียกผมหันมาจะต้องหัวเราะหรือไม่ก็ยิ้มทุกทีไป"

แต่ภายใต้บุคลิกเฮฮาขบขัน เต็มไปด้วยแผนการณ์แห่งชีวิต "ผมจะมีแผนในใจ ทำอะไรไม่ให้ใครรู้ว่ากำลังทำอะไร และเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายอะไร" อาจารย์พูดกลั้วเสียงหัวเราะ

'มุ่งมั่น' 'ทะเยอทะยาน' เป็นคำที่ประธานกลุ่มบริษัท เอ็มเคเอสซี พูดถึงตัวเอง

"ผมจะตีตารางไว้เลย ว่าจะไปถึงไหนเมื่อไหร่ ผมแพลนไว้เลยตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาโท ผมต้องได้ทุนเรียนเอกและพอเรียนเอก ผมใช้เวลาแค่ 2 ปีครึ่ง คนอื่นเขาเรียนกัน 5-6 ปี จบแล้วผมต้องเป็นศาสตราจารย์ให้เร็วที่สุด"

เมื่อปี 1960 สถาบัน AIT ประกาศให้ทุนไปเรียนคอมพิวเตอร์ที่อเมริกา อาจารย์ศรีศักดิ์ทำตารางขึ้นมาเทียบแต่ละวิชาได้เท่าไหร่ คนอื่นได้เท่าไหร่ และต้องทำคะแนนอีกเท่าไหร่จึงจะชนะเพื่อนได้ บางวิชาต้องท่องหนังสือ 3 วัน 3 คืน ง่วงก็งีบหลับ 1 ชั่วโมง ตื่นมาอาบน้ำท่องหนังสือต่อ เมื่อประกาศผลสอบ อาจารย์ศรีศักดิ์ได้ 97 % เป็นที่หนึ่งทิ้งห่างที่สองที่ได้แค่ 70 %

เรียนจบทำงานจนเป็นศาสตราจารย์อยู่อเมริกา กลับมาเมืองไทยตามคำสั่งของ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร ที่ต้องการให้ตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่กระทรวงมหาดไทย โดยตั้งเงื่อนไขการกลับมาว่าขอตำแหน่งศาสตราจารย์ "ตามระเบียบแล้วทำไม่ได้ แต่เขาแก้กฎหมายให้ผม เป็นคนเดียวที่ได้ใช้กฎหมายนั้น" อาจารย์เล่าด้วยความภูมิใจเช่นเคย

แต่เหตุการณ์ผันแปร ไม่ได้ทำงานที่มหาดไทย แต่ไปเป็นอาจารย์ที่นิด้า ก่อนย้ายมาทำที่สนามม้านางเลิ้ง ใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการ จนสนามม้าพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไร จากนั้นย้ายไปเป็นที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์ให้กับชาตรี โสภณพนิช ทำหน้าที่อ่านและวิเคราะห์ข่าวประจำวัน และวางระบบคอมพิวเตอร์แบงก์กรุงเทพ และเป็นอาจารย์ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เมื่อปี 2538 เมื่ออาจารย์คิดจะทำธุรกิจอินเทอร์เน็ต ไม่มีใครเห็นดีด้วย หน่วยงานราชการเห็นพ้องว่า ควรเป็นหน้าที่ของเนคเทคเพียงรายเดียวที่จะให้บริการนี้

"ผมต้องพบคนมากถึง 100 คน เพื่อชี้แจงจนตั้งบริษัทอินเทอร์เน็ตเคเอสซีได้" ความมุ่งมั่น นำมาซึ่งใบอนุญาต ISP ถือเป็นจุดเริ่มต้นการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ของไทย จากที่ก่อนหน้านี้การใช้งานอินเทอร์เน็ตจำกัดวงอยู่ในมหาวิทยาลัย

แต่เพียง 5 ปีให้หลัง มีสัญญาณว่าอาจารย์กำลังจะสละสิ่งที่เขาสู้อุตส่าห์ไปพบนับร้อย เพื่อให้ได้ตั้งเคเอสซี และเป็นสิ่งที่อาจารย์และศิษย์เอก กนกวรรณ ว่องวัฒนสิน ร่วมกันสร้างขึ้น

"อาจารย์ผมสมัยเรียนปริญญาเอกสอนไว้เสมอว่า ถ้าเจอภูเขา อาจลองเอาหัวชนภูเขา ถ้าแข็งจริงก็ฝ่าไปได้ แต่ถ้าไม่เข็งจริง ก็เลี้ยวไปหาภูเขาลูกอื่นดีกว่า ไม่งั้นหัวแตกเปล่า"

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้อาจารย์เบนเข็มทิศไปอีกทาง

"ต่อไปรายได้ไอเอสพี จะหายไปหมด ตอนแรก ๆ รายได้จากการ connect สาย 64 k เดือนละแสน ตอนนี้เหลือ 39,000 ค่าบริการแรก ๆ เดือนละ 19,000 ตอนนี้เหลือ 300 และจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นฟรีอินเทอร์เน็ต"

แม้อาจารย์จะบอกว่าตนเองเป็นนักวิชาการมากกว่านักธุรกิจ แต่การตัดสินใจรวดเร็วฉับไว ไม่ผิดกับนักธุรกิจที่กำลังเก็งกำไร เขายอมให้เอ็มเว็บซึ่งมีคอนเทนท์ที่น่าสนใจมากมายเข้ามาถือหุ้นในบริษัทเคเอสซี แม้จะขัดกับหุ้นส่วนเดิมอย่าง จัสมินก็ตาม "เขาบอกผมว่า ถ้าอยากใช้เงินก็บอกมาเขาจะไปหามาให้ เงินเขามีเยอะ" ได้ฟังอย่างนี้ เป็นใครก็คงยากที่จะปฏิเสธการเข้ามาของเอ็มเว็บ

"ประเดี๋ยวหุ้นเราจะน้อยลงเรื่อย ๆ ตามแผนการเข้าตลาดแนสแด็ก ผมมีแค่ 1 % ผมก็พอใจแล้ว"

ถ้าพิจารณาจากบริษัทในเอเชียที่เข้าตลาดหุ้นแนสแด็ก 6 ราย ระดมทุนได้เฉลี่ยละ 80,000 ล้านบาท 1 % เท่ากับ 800 ล้านบาท ถ้ายังยึดเคเอสซีไว้แน่น ยังไงเสียก็ไม่มีทางสร้างรายได้ขนาดนี้และจะว่าไปแล้ว เอ็มเว็บทำให้ฝันของอาจารย์ศรีศักดิ์เป็นจริง เพราะก่อนหน้านี้อาจารย์คิดที่นำเคเอสซีไปจดทะเบียนในแนสแด็กอยู่แล้ว แต่เคเอสซีมีสถานะเพียงบริษัทท้องถิ่น ยังไม่น่าสนใจมากเท่ากับการไปพร้อมกับพันธมิตรระดับโลกอย่างเอ็มเว็บ ซึ่งมีบริษัทแม่คือ MIH ที่มีประสบการณ์การแต่งองค์ทรงเครื่องเข้าตลาดแนสแด็กมาแล้ว

งานนี้ จึงถือเป็นการสละเรืออย่างมีชัย พร้อมกันนั้นก็มองหาลู่ทางใหม่

ถึงแม้ชื่ออินเทอร์เน็ต เคเอสซี จะลดความสำคัญลงในอนาคต และชื่อของเอ็มเว็บโดดเด่นขึ้น แต่อาจารย์ศรีศักดิ์ก็พยายามหาวิธีที่จะให้คนจดจำชื่อเคเอสซีได้ ด้วยการไปสร้างชื่อไว้ อาทิ เคเอสซี-เอแบค โพลล์ มูลนิธิเคเอสซี เป็นต้น

"ผมตั้งชื่อบริษัทไว้เป็นสิบบริษัทและจดทะเบียนไว้บริษัทละ 200,000 บาท กันไว้ไม่ให้ใครมาเอาไป และจองโดเมนเนมไว้ 200 ชื่อ" อาจารย์นิ่งไปเล็กน้อย "จองไว้เผื่อขาย" พลางยิ้มกว้างให้กับการเล็งการณ์ไกลของตนเอง

ในระยะเวลาอันใกล้ อาจารย์จะผันตัวเองไปทำ e-education และ e-edutainment ซึ่งอาจารย์คาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้มากยิ่งกว่า อี-คอมเมิร์ซ ไหนๆ "ผมอาจจะสอนเรื่องในชีวิตประจำวัน ทำกับข้าว ไปจนถึงเรื่องต่าง ๆ สารพัด รวมถึงเรื่องการเรียนการสอนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย แบบ interactive แต่ตอนนี้เราต้องรอจังหวะเพราะความเร็วยังต่ำ"

เมื่อถามถึงรายละเอียดของการจัดทำ e-education แทนคำตอบ "ในอินเทอร์เน็ต ถ้าใครกล้าวางแผนล่วงหน้า ไม่บ้าก็เมา"

อาจารย์มีแผนแล้ว แต่คงยังไม่อยากให้รู้แผน รู้แค่ว่า

"ผมเป็นคนแรกที่ทำ e-education ในเมืองไทย" เท่านี้ก็พอแล้ว