ปี 2507 เป็นเวลาที่วิชาคอมพิวเตอร์ยังไม่เฟื่องฟูในเมืองไทย แต่เราก็มีด็อกเตอร์ทางด้านคอมพิวเตอร์จากสหรัฐอเมริกา โดยทุนจากรัฐบาลอเมริกันเป็นคนแรกแล้ว ...อาจจะยังเป็นความภูมิใจไม่มากพอ ก็คงต้องเล่าต่อไปอีกว่า...
     จากนั้น "เขา" ก็มีโอกาสทำงานด้านระบบคอมพิวเตอร์ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการวิจัยของ US National Science Foundation ก่อนจะกลับมาใช้ความรู้ความสามารถพัฒนาวงการคอมพิวเตอร์ไทยที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จนได้รับการยกย่องจากวารสารคอมพิวเตอร์ในฮ่องกงให้เป็น Asia Computer Man of the Year เมื่อปี 2524
     หกปีต่อมามีการนำระบบอินเตอร์เน็ตมาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่า

เขาก็มีบัญชีใช้อินเตอร์เน็ต และปี 2537 ประเทศไทยก็ได้มีบริษัทเอกชนแห่งแรก ที่บริการด้านอินเตอร์เน็ตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ที่เขาเป็นเรี่ยวแรงหลักในการจัดตั้ง      นับแต่วันนั้นมา จำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าหลักล้านเมื่อสิ้นปี 2540
     อิมเมจพีเพิ่ลจึงต้องบันทึกเขา ศาสตราจารย์ ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ไว้เป็นอีกบุคคลหนึ่งแห่งปี
     "ที่ภูมิใจที่สุดเวลานี้ก็คือได้เข้าไปถวายการบรรยายอินเตอร์เน็ตหลักสูตรระยะสั้นแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลเกล้าถวายการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตขนาด 2 Mbps ซึ่งถือได้ว่าเครื่องนี้มีความไวที่สุดในประเทศเวลานี้แล้ว"
     ...คือความภูมิใจสูงสุดเหนือจากความสำเร็จอื่นๆ ของเคเอสซีที่ประธานกลุ่มบริษัท เคเอสซี บอกกับเราในบ่ายวันหนึ่ง
     "ที่อเมริกาประธานาธิบดีคลินตันบอกว่าคนอเมริกาทุกคนอายุ 12 ปีขึ้นไป จะต้องมีอินเตอร์เน็ตใช้ อังกฤษนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ บอกว่าเด็กจะต้องเริ่มต้นเรียนรู้อินเตอร์เน็ตเมื่อายุ 9 ขวบ ผมก็หวังจะให้คนไทยได้มีอินเตอร์เน็ตใช้ทัดเทียมกับคนอื่นเขาบ้าง
     คณะกรรมการกฎหมายอินเตอร์เน็ตของสมาคมอินเตอร์เน็ตนานาชาติประเทศไทย ก็กำลังร่างกฎหมายออกมาเพื่อเสนอรัฐบาล ให้ถือว่าอินเตอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภค และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่ประชาชนทั้งประเทศ" ไม่ว่าด็อกเตอร์พูดในฐานะนักการศึกษา ผู้บริหารธุรกิจ หรือนายกสมาคมอินเตอร์เน็ตแห่งประเทศไทยก็คงจะตอกย้ำในประเด็นเดียวกันนี้
     "โลกาภิวัฒน์มันทำให้จะต้องเป็นไปอย่างนี้ทั่วโลก ต่อไปทุกคนจะต้องมีกล่องนี้อยู่ที่บ้าน ไม่รู้ว่าคืออินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ วิทยุ แฟ็กซ์ หรือว่าโทรศัพท์ เพราะมันทำได้หมดทุกอย่าง"

ฟังดูเหมือนจะไม่ง่ายนักในภาวะที่เป็นอยู่ ทั้งเศรษฐกิจหลังยุคฟองสบู่ และการลงทุนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ราคาไม่เบาเลยทีเดียว
     แต่เขากลับเชื่อมั่น "คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่าสิงคโปร์ มากกว่ามาเลเซีย เราตามเร็วครับ ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่ราคามากกว่า ถ้าส่งเสริมกันเยอะราคาก็ถูก ผมยังเคยคิดว่าเมื่อก่อนเรามีคนรวยเยอะ เราน่าจะมีผ้าป่าอินเตอร์เน็ตให้กับโรงเรียนต่างๆ แต่ตอนนี้เราก็เข้าใจภาวะเศรษฐกิจดี เราเองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน เพราะต้องเสียค่าเช่าสายจากอเมริกาเป็นดอลล่าร์ ค่าใช้จ่ายของผมก็เพิ่มขึ้น
     คือถ้ามีแค่สองสามบริษัทเราก็คงจะได้กำไรเป็นร้อยเป็นพันล้าน แต่เพราะผมไปไหนก็พูดว่ามันดีอย่างนั้นอย่างนี้ คนก็เลยไปยื่นขอจัดตั้งบริษัทกันใหญ่เลย ตอนนี้ก็มีสัก 16 บริษัทได้ ก็อยู่ได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่ของเรายังอยู่ได้ดี เพราะมีฐานใหญ่ ผู้ใช้บริการเยอะ
     ส่วนเรื่องเทคโนโลยีเราทันสหรัฐอเมริกาเสมอ เขามีอะไร เราก็มีทันทีเหมือนอย่างเว็บไซต์ไทยคาสท์ ซึ่งเป็นสถานีวิทยุและโทรทัศน์ที่แพร่ภาพและสียงทางอินเตอร์เน็ต เราร่วมกับช่องเจ็ด และหลายสถานีวิทยุ ทำให้คนทั่วโลกที่เป็นสมาชิกอินเตอร์เน็ตจะได้ชมภาพและเสียงพร้อมกับคนในเมืองไทย ระบบนี้อเมริกาเพิ่งเริ่มแป๊บเดียว เคเอสซีก็ทำได้เหมือนกัน"
     ...นั่นคือความสำเร็จของเคเอสซีและแน่นอน คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเขา ผู้แนะนำให้คนไทยทั่วไปรู้จักคำว่า "อินเตอร์เน็ต"
     ...ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) ใต้ภาพขนาดเท่าตัวจริงติดอยู่ในอาคารหอสมุดกลาง มีคำสำคัญเขียนไว้ว่า

   Prof.Dr.Srisakdi Charmonman
   Father of the Internet in Thailand



Image Magazine   189



Back to Father of the Thai Internet